Net Design Shop : Ready Shopping site



สถิติผู้เข้าชม



Member Login                  Search :             language    :   

สินค้าฝากขาย -> มันสำปะหลังพันธุ์เกล็ดมังกรจัมโบ้

มันสำปะหลังพันธุ์เกล็ดมังกรจัมโบ้

2,000.00 ฿

รหัส : 26 ค่าจัดส่ง ยังไม่รวมค่าจัดส่ง
ขนาด : ชุด
จำนวน :
รายละเอียดสินค้า

                

ชื่อพันธุ์      :เกล็ดมังกรจัมโบ้(Dragon Jumbo Cassava)

ลักษณะเด่น :

หัวยาว หัวใหญ่  เปอร์เซ็นต์แป้งสูง  ผลผลิตต่อไร่สูง 

การเก็บเกี่ยว :

8 - 10 เดือน ไม่เกิน 1 ปี    ปลูกระยะห่าง 1-1.5 x 1-1.5 เมตร
พื้นที่ปลูก   :
ดินร่วนปนทรายจะดีมาก  ส่วนเทคนิคข้อมูลการปลูกจะแนะนำให้
เมื่อตกลงจะปลูก เพราะต้องทราบพื้นที่ก่อน
การสั่งจอง :
สนใจ ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม และสั่งจองต้นพันธุ์มันสำปะหลังได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือนพฤษภาคม 2558   เริ่มจำหน่ายเดือนนี้

ติดต่อ คุณอำนวย  โทร.089-1777260 
ราคาที่แจ้งส่งระยะทางไม่เกิน 200 กม. ส่วนเกินคิด กม. ละ 5 บาท
 มัดจำค่าจอง 20%


 

ข้อดี ข้อเด่น ของเกล็ดมังกรจัมโบ้

          - ลำต้นตรง
          - หัวยาวและใหญ่กว่าพันธุ์ทั่วๆไป (ไม่ดก)
          - เปอร์เซ็นต์แป้งสูง เนื้อแป้งขาวสะอาด
          - น้ำหนักหัวมันสดต่อไร่สูง เฉลี่ย 10-30 ตันต่อไร่ (ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล)


ปัจจัยหลักในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง..

การเลือกฤดูปลูก หลักสำคัญก็คือ ควรจัดวันปลูกเพื่อให้ช่วงอายุ 3-12 เดือนของมันสำปะหลังได้รับน้ำฝนมากที่สุด ผลผลิตขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในช่วงอายุดังกล่าว โดยในช่วงแรก คือ ตั้งแต่ 1 - 3 เดือนของการปลูกมันสำปะหลัง ต้องการน้ำน้อยเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น มันสำปะหลังจะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อปลูกในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-มีนาคม) รองลงมา คือ ต้นฤดูฝน (เมษายน-พฤษภาคม) และปลายฤดูฝน (ตุลาคม-พฤศจิกายน) แต่การปลูกในช่วงฤดูร้อนและปลายฤดูฝนมีข้อจำกัดของปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย มีผลต่อการงอกของท่อนพันธุ์

 

 
 ขั้นตอนการทำมันสำปะหลังเกล็ดมังกรจัมโบ้
                               
          1. การเลือกท่อนพันธุ์ควรเลือกท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่มีอายุ 8-12 เดือน(แนะนำพันธุ์เกล็ดมังกรจัมโบ้)

                           


          2. ควรใช้เลื่อยตัดจะดีกว่าการใช้มีดตัด ขนาดความยาว ประมาณ  20-25 เซนติเมตร

 
  บริการพิเศษตัดท่อนพันธุ์พร้อมปลูก แช่ฮอร์โมน สารป้องกันแมลงและโรคพืช 


                        
 
          3. การแช่ท่อนพันธุ์ บ่มท่อนพันธุ์ เพื่อป้องกันเชื้อรา และการสะสมอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงขยายรากและลำต้น 
              สารที่ใช้ในการแช่ท่อนพันธุ์ มีดังนี้
                     - สารไคโตซาน หรือ สารฟลาโวนอยด์ เพื่อเร่งราก
                     - หัวเชื้อจุลินทรีย์บิวเวอร์เรีย  เพื่อกำจัดเพลี้ยแป้ง
                     - หัวเชื้อจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่า ป้องกันโรคพืช
                      

                                                   

        
                              


 
 4. การเตรียมดิน การยกร่อง
การเตรียมดินให้ลึก ที่ผ่านมาเกษตรกรไม่ให้ความสำคัญในเรื่องการเตรียมดินมากนัก หลักสำคัญก็คือ ต้องไถดะครั้งแรกให้ลึกที่สุดด้วยผาล 3 หรือ ผาล 4 เท่านั้น ควรไถดะในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ ห้ามไถดะด้วยผาล 7 เพราะจะไถได้ไม่ลึก การไถดะให้ลึกจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักความชื้นของดินได้มากขึ้นและมันสำปะหลังลงหัวได้ง่าย จากนั้น ตากหน้าดินเพื่อให้วัชพืชตาย ถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่สองเพื่อย่อยดินด้วยผาล 7 และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ส่วนดินร่วนทรายไม่จำเป็นต้องไถแปรครั้งที่สองด้วยผาล 7 สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย ในกรณีที่เกษตรกรสามารถหาปุ๋ยอินทรีย์ได้ ควรหว่านปุ๋ยอินทรีย์ก่อนไถดะ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ได้ผล คือ ปุ๋ยมูลไก่ 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ 


 

การปลูกที่ถูกต้อง หลักสำคัญก็คือ ควรเลือกต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกที่มีอายุ 8-12 เดือน จะให้ความงอกสูงที่สุดโดยเลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตาถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คมเพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 เซนติเมตร ปลูกปักเอียง 45 องศา ให้ลึก 2 ใน 3 ของความยาวท่อนปลูก  ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1 - 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.80-1.00 เมตร 

                        
     

    

                     



       5. การใส่ปุ๋ย     
การใส่ปุ๋ย ควรเลือกใช้ปุ๋ยเคมีอัตราส่วน 2 : 1 : 2 ปุ๋ยเคมีที่แนะนำ คือ 15-7-18 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ อาจใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมด้วยก็ได้  โดยใส่ปุ๋ย 2 ข้างลำต้นรัศมีพุ่มใบแล้วกลบ ใส่ปุ๋ยครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 เดือนหลังจากปลูก หลักสำคัญก็คือ ต้องใส่ปุ๋ยในขณะที่ดินมีความชื้นและต้องกลบปุ๋ยด้วย ถ้าไม่กลบปุ๋ยอาจสูญเสียปุ๋ยมากเกิน 50 เปอร์เซ็นต์
       

          

       6.  การให้ฮอร์โมน 
           
เดือนที่ 1,2,3 ควรฉีดฮอร์โมนทุกครั้ง คือฉีดเดือนละ 1 ครั้ง (เดือนละ 2 ครั้งยิ่งดี)

 

 

           

 
          7. การกำจัดวัชพืช 
 มันสำปะหลังใช้เวลาประมาณ 3 เดือนหลังจากปลูก เพื่อสร้างพุ่มใบให้คลุมพื้นที่ระหว่างร่องทั้งหมดดังนั้น ภายในช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงวิกฤตของมันสำปะหลัง ต้องดูแลรักษาให้มันสำปะหลังปลอดวัชพืช ถ้าปล่อยให้วัชพืชแข่งขันกับมันสำปะหลัง มันสำปะหลังจะแคระแกร็นมีผลให้ผลผลิตลดลงมาก การกำจัดวัชพืชสามารถเลือกทำแบบผสมผสานโดยใช้จอบถาง รถไถเดินตามแถกระหว่างร่อง ใช้สารเคมีประเภทคลุมก่อนวัชพืชงอกหรือสารเคมีฆ่าหลังวัชพืชงอก สารเคมีประเภทคลุมใช้ได้ผลเฉพาะการปลูกต้นฤดูฝนเท่านั้น สารเคมีประเภทฆ่า โดยเฉพาะห้ามใช้ไกลโฟเสทในขณะที่มันสำปะหลังต้นเล็กอยู่ เพราะมีผลทำให้ชะงักการเจริญเติบโต
 
 
 








































                 

                     

                               
                  
            



    8.การเก็บเกี่ยว
หลักสำคัญก็คือ ควรเลือกเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงที่เหมาะสมตั้งแต่อายุ10-12 เดือน ควรงดเว้นการเก็บ

เกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงฝนแรก คือ ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เนื่องจากมันสำปะหลังแตกใบอ่อน จะให้เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ 

                   
             

             

            













          
             

                            



                           



                           


                               


                             
                           

 
 
























0