Net Design Shop : Ready Shopping site



สถิติผู้เข้าชม



Member Login                  Search :             language    :   

โรคพืชและศัตรูพืช -> บิวซีน่า หัวเชื้อจุลินทรีย์บิวเวอร์เรีย

บิวซีน่า หัวเชื้อจุลินทรีย์บิวเวอร์เรีย

150.00 ฿

รหัส : 07 ค่าจัดส่ง รวมค่าจัดส่งแล้ว
ขนาด :
จำนวน :
รายละเอียดสินค้า

หัวเชื้อจุลินทรีย์ บิวซีน่า เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่คัดเลือกเชื้อราที่เหมาะสมประกอบไปด้วยเชื้อราที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงศัตรูพืชไว้ 2 ชนิด ได้แก่ เชื้อราบิวเวอร์เรีย บาเซียน่า (Beauveria Bassiana)  และเชื้อรา พาซิโลมัยซิส ลิลาซินัส (Paecilomyces lilacinus ) โดยผสมผสานเชื้อราทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกันตามสัดส่วนที่สามารถกำจัดตัวและไข่ของแมลงศัตรูพืชรวมทั้งหนอนชนิดต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะแมลงตระกูลเพลี้ย เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่เข้าทำลายผลผลิตของเกษตรกรชาวนา และเพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น บั่วในพืชสวน พืชไร่ ไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงเพลี้ยแป้งที่ระะบาดกันอย่างหนักในมันสำปะหลัง ฝรั่ง และมะม่วง  

    เชื้อราบิวเวอร์เรีย ( Beauveria bassiana ) เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลงศัตรูพืชโดยครอบคลุมเข้าทำลายแมลงในหลาย ๆ ชนิด  ซึ่งเป็นแมลงในอันดับ Homoptera Lepidoptera Coleoptera และ Diptera ในอันดับนี้จะเป็นแมลงจำพวกตระกูลเพลี้ยทุกชนิด เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยอ่อนส้ม เพลี้ยไก่แจ้ รวมถึง บั่ว ที่ทำลายช่อและยอดกล้วยไม้ (ค่อนข้างดื้อยาฆ่าแมลง)  หนอนทุกชนิด เช่นหนอนห่อใบ หนอนเจาะช่อ หนอนเจาะดอก หนอนผีเสื้อ หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม หนอนหนังเหนียว และแมลงที่เป็นศัตรูพืช เช่น แมลงค่อมทอง ไรแดง ไรขาว แมลงหวี่ขาว ในจำนวนนี้รวมถึงด้วง แมลงวัน และยุง นอกจากนี้ยังมีการรายงานเพิ่มเติมว่าสามารถที่จะกำจัดมดและปลวกได้ด้วย  ซึ่งลักษณะการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอร์เรียนั้นจะเป็นลักษณะการเข้าอาศัยและกินเศษซากที่ผุพัก เมื่อแมลงหรือหนอนสัมผัสกับสปอร์ของเชื้อราในสภาพความชื้นที่เหมาะสม (ความชื้นสัมพัธ 50-80%) อุณหภูมิอยู่ที่ 20-27 องศาเซลเซียส โดยเส้นใยของเชื้อ BMP จะแทรกแทงทะลุผิวและช่องว่างของเปลือกหรือผิวหนังแมลงหรือหนอน ขยายตัวโดยใช้เนื้อเยื่อของแมลงหรือหนอนเป็นอาหาร เจริญเติบโตจนกระทั่งแมลงหรือหนอนตายไปในที่สุด โดยทั่วไปแมลงหรือหนอนจะตายภายใน 2-5 วัน ขึ้นกับขนาดและจำนวนของ แมลงหรือหนอนซึ่งหลังจากการโดนสัมผัสเชื้อไปครั้งแรกแมลงหรือหนอนจะเริ่มป่วย หยุดกินอาหาร กัดกินใบพืชหรือดูดน้ำเลี้ยงพืชไม่ได้ จนกระทั่งเป็นอัมพาต และตายในที่สุด  โดยลักษณะของเส้นใยที่และสปอร์มีสีขาวหรือสีครีมซีดที่บริเวณลำตัวของแมลงหรือหนอน
   โดยรวมแล้วพอที่จะสรุปได้ว่าเชื้อราทั้ง 2 ชนิด จะเข้าทำลายแมลงได้โดยผ่านผิวหนังของแมลงหรือหนอนโดยตรง และการเกิดโรคต่างๆจากเชื้อราของแมลงหรือหนอนจะเกิดได้ดี เมื่อแมลงหรือหนอนอยู่ในสภาพอ่อนแอ ความรุนแรง และสภาพสิ่งแวดล้อมเหมาะสม โดยเริ่มจากสปอร์ของเชื้อราจะตกลงบนผนังลำตัวของแมลงหรือหนอน เมื่อมีความชื้นที่พอเหมาะ เชื้อราจะงอกโดยสร้างเส้นใยพิเศษ และอาศัยสารที่เชื้อราสร้างขึ้นมาที่เรียกว่า เอนไซม์ ทำให้สามารถแทงทะลุผนังลำตัวแมลงหรือหนอนเข้าไป โดยปกติ จุดที่เชื้อราสามารถแทงทะลุผ่านลำตัวของแมลงหรือหนอนได้ดี คือ บริเวณปาก ทวาร และบริเวณเยื่อบางๆ ซึ่งอยู่ระหว่างกะโหลกศรีษะ ปล้องต่างๆ ส่วนท้อง ขา และหนวด และตามลำตัวของหนอน เป็นต้น เมื่อเชื้อราแทงผ่านลำตัวเข้าไป จะเจริญสร้างเส้นใยแผ่กระจายจนเต็มตัวแมลง แย่งแร่ธาตุอาหาร เบียดเบียน และทำลายอวัยวะ และระบบกลไกลต่างๆในตัวแมลงหรือหนอห และเชื้อราทั้ง 2 ชนิด จะสร้างสารพิษทำลายเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ของแมลงด้วย โดย  เชื้อรา Beauveria bassiana สร้างสารพิษ beauvericin  ทำให้แมลงตายอย่างรวดเร็ว เมื่อเชื้อราสร้างเส้นใยจนเต็มตัวแมลงหรือหนอน โดยจะเกิดอาการป่วย และนิ่งอยู่กับที่ จากนั้นเชื้อราก็จะแทงผ่านผนังลำตัวแมลงหรือหนอนออกมาภายนอกอีกครั้ง เพื่อสร้างเส้นใยสืบพันธุ์ชูขึ้นมาบนอากาศ และสร้างสปอร์ไว้ขยายพันธุ์ต่อไป จากนั้นแมลงหรือหนอนที่ตายเพราะเชื้อรา ตัวมักจะแห้งแข็ง และมีเส้นใยและสปอร์ปกคลุมทั่วตัว สปอร์บนตัวแมลงสามารถแพร่กระจายต่อไปได้ นอกจากนั้นแล้ว เชื้อราพาซิโลมัยซิส ลิลาซินัส (Paecilomyces lilacinus ) จะสร้างสาร เอ็มไซม์  ชื่อ โปรติเนส (Proteases)  และ ไคติเนส (Chitinase) ซึ่งทำหน้าที่ให้เปลือกไข่อ่อนตัว สามารถแทรกตัวเข้าไปภายในไข่และทำลายตัวอ่อนที่อยู่ภายในไข่ ทำให้ไข่เป็นหมัน คือไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้ 
 

ข้อแนะนำในการใช้เชื้อราบิวเวอเรีย
1. นำไปฉีดพ่นในแปลงที่สำรวจพบเพลี้ย, หนอน, ศัตรูพืช โดยฉีดพ่นให้ถูกหรือสัมผัสตัวแมลง โดยฉีดพ่นในช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง เช่นเวลาตอนเช้าหรือตอนเย็น ที่มีแสงแดดอ่อนๆ และควรให้น้ำกับแปลงพืชผักที่จะควบคุมศัตรูพืชประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนทำการพ่นเชื้อราบิวเวอเรีย
2. ควรปรับหัวฉีดให้พ่นฝอยละเอียดจะฉีดได้ผลดีและได้พื้นที่มากขึ้น
3. เชื้อราบิวเวอร์เรียสามารถใช้ร่วมกับธาตุอาหารพืชที่ให้เสริมทางใบได้

4. ไม่ควรใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียฉีดพ่นพร้อมกับเชื้อราไตรโครเดอร์มา เนื่องจากเชื้อราไตรโครเดอร์มาจะกินและทำลายเชื้อราบิวเวอร์เรียได้ ควรทิ้งระยะเวลาการใช้เชื้อราทั้ง 2 ชนิดนี้ประมาณ 4 - 5 วัน
5.การเติมสารจับใบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเชื้อราให้เกาะติดที่ผิวของแมลงและพืชได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากหนอน, แมลงศัตรูพืชบางชนิดมีเปลือกหุ้มลำตัวเป็นมันลื่น หรือลักษณะเป็นผงแป้งทำให้การฉีดพ่นเชื้อราไม่อาจเกาะติดที่ตัวแมลงนั้นๆได้เท่าที่ควร ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้สารจับใบเพื่อช่วยให้เชื้อราเกาะติดที่ตัวแมลงได้ดียิ่งขึ้น
6.เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานและเพื่อความประหยัดในการใช้งานเชื้อราบิวเวอร์เรีย แนะนำให้ขยายเชื้อบิวเวอร์เรียในรูปสปอร์ให้อยู่ในรูปของเชื้อสดเพื่อเพิ่มประมาณเชื้อราและจะทำให้ได้เชื้อที่แข็งแรงมีประสิทธิภาพในการใช้งาน  

 
     วิธีการใช้:
    1.ใช้ บิวซีน่า  1 ซอง ต่อ น้ำ 200 ลิตร (ใช้การฉีดป้องกันแมลงได้ 3-5 ไร่)

    2.นำไปฉีดพ่นช่วงเย็น หรือช่วงแดดอ่อน ฉีดให้เปียกชุ่มทั้งต้นพืชจได้ผลดี

    3.ระยะเวลาในการฉีด หากพบแมลงระบาดให้ใช้ 1 ซอง ต่อน้ำ 100 ลิตร ให้ฉีดพ่น 3 วันต่อครั้งติดต่อกัน 2-3 ครั้ง

วิธีขยายเชื้อราบิวเวอร์เรีย จากสปอร์ให้เป็นเชื้อสด

(ขยายเชื้อราบิวเวอร์เรีย เพื่อให้ได้หัวเชื้อขนาด 5 ลิตร มีวิธีการดังนี้)

1. ตวงน้ำประมาณ 4 ลิตร ใส่หม้อต้มจนน้ำเดือด
2. นำแป้งข้าวโพด 100 - 150 กรัม ผสมกับน้ำ 1 ลิตร คนให้ละลายแล้วค่อยๆ เทลงไปผสมกับน้ำในหม้อต้มที่กำลังเดือดโดยคนให้แป้งผสมเข้ากับน้ำเดือด (หมั่นคนแป้งบ่อยๆ อย่าให้เนื้อแป้งติดก้นหม้อ) ต้มต่อประมาณ 5 นาที แล้วปิดฝาหม้อต้มน้ำเอาไว้
3. รอจนกว่าน้ำแป้งข้าวโพดจะเย็นให้นำหัวเชื้อราบิวเวอร์เรีย (สปอร์) ประมาณ 1 - 2 ช้อนชา ใส่ลงไปในหม้อต้มแล้วคนให้ผงสปอร์ของเชื้อราละลายเข้ากับน้ำแป้งข้าวโพด
4. นำเอาขวดน้ำขนาด 6  ลิตรที่ตากแดดฆ่าเชื้อแล้วมาใช้บรรจุน้ำแป้งข้าวโพดที่ผสมหัวเชื้อราแล้ว
ปิดฝาขวดไม่ต้องแน่น
เนื่องจากระหว่างบ่มเชื้อจะเกิดแก๊สขึ้นภายในขวด แล้วนำขวดแป้งข้าวโพดดังกล่าวไปวางไว้ในที่ร่มไม่ถูกแสงแดด ทิ้งไว้ให้เชื้อเดินประมาณ 5 - 7 วัน จะมองเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมา
แสดงว่าเชื้อราเริ่มเดินและกำลังกินแป้งข้าวโพด

5. ให้เขย่าขวดและทิ้งไว้อีกประมาณ 5 - 7 วัน เชื้อราก็จะสมบูรณ์เต็มที่ พร้อมที่จะนำไปใช้งานได้
หากใช้ไม่หมดให้เก็บไว้ใน
ตู้เย็น ได้ประมาณ 3 เดือน


การใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย บัสเซียน่่า (เชื้อสด)
1. กรณีป้องกัน
ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) จำนวน  50 ซีซี / น้ำเปล่า 20 ลิตร (ฉีดพ่นทุกๆ 7 - 10 วัน)

2. กรณีกำจัด (มีการระบาดมาก)

ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) จำนวน 200 ซีซี / น้ำเปล่า 20 ลิตร (ฉีดพ่นทุกๆ 2 - 3 วัน)

สำหรับการฉีดพ่นแนะนำให้ใช้สารจับใบร่วมกับการฉีดพ่นเชื้อราจะทำให้การใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียเคลือบที่ผิวใบ
และเกาะติดที่ตัวแมลงได้ดีขึ้น



    

            


 








 







0